ค้นหา

 

  


รายการ - วิทยุธรรมะ

สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติ


วิทยุแห่งความเป็นไท

 

 สถิติวันนี้ 3 คน
 สถิติเมื่อวาน 129 คน
 สถิติเดือนนี้ 1504 คน
สถิติปีนี้ 9852 คน
สถิติทั้งหมด 263117 คน
เริ่มเมื่อ 2007-06-11

 

 

หน้า  1  |  2  |  3  |  4  |  5  | 678910 | 11 |

 

กัลยาณธรรมในสิกขาบทที่ ๕
สติสัมปชัญญะ

     สติสัมปชัญญะ คือความมีสติรอบคอบ ได้แก่ความมีสติตรวจตราไม่ประมาทเลินเล่อ  แยกเป็น ๔ ประการ คือ
     ๑. ความรู้จักประมาณอาหารที่พึงบริโภค
     ๒. ความไม่เลินเล่อในการงาน
     ๓. ความมีสติสัมปชัญญะในการประพฤติตัว
     ๔. ความไม่ประมาทในธรรม

     ๑. ความรู้จักประมาณอาหารที่พึงบริโภค  อาหารนั้น โดยปกติมีประโยชน์สำหรับบำรุงร่างกาย แต่ถ้ากินโดยไม่รู้จักประมาณก็ให้โทษ ถึงของอื่นก็เหมือนกัน ที่เป็นของมีประโยชน์ใช้ไม่ระวัง กลับให้โทษ เช่น ไฟ เป็นต้น อาหารเสียไม่ควรบริโภคทีเดียว ถึงอาหารไม่เสีย บางอย่างเป็นของแสลง บริโภคแล้วไม่สบาย หรือยามเจ็บไข้บริโภคของบางอย่างเข้าไปแล้วโรคกำเริบ บูดขึ้นในกระเพาะ ทำให้เกิดโรคต่างๆ มีลงท้อง เป็นต้น ผู้บริโภคอาหารเป็นเวลา อาหารที่บริโภคเข้าไปนั้นจึงมีคุณ เป็นเครื่องบำรุงร่างกาย ให้เป็นสุขสำราญ
     รู้จักประมาณในการจับจ่ายอาหารบริโภค แต่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ อย่าให้ฟุ่มเฟือยเกินไปจะไม่มีกินในวันข้างหน้า ถึงจะมีทางหาได้ก็ไม่ควรปล่อยให้อดอยาก เพราะทรัพย์นั้นก็เพื่อจับจ่ายเลี้ยงตัวเอง และคนอื่นให้ได้รับความสุขสำราญ

     ๒. ความไม่เลินเล่อในการงาน คือ ไม่ทอดธุระเพิกเฉย เอาใจใส่ประกอบการงานให้ชอบแก่กาลเทศะ ไม่ปล่อยให้การงานอาดูรเสื่อมเสียไป พึงเห็นตัวอย่าง เช่น คนทำนาก็ต้องทำนาในฤดูทำนา เป็นต้น ผู้ประกอบการงานให้ถูกกาลเทศะ ย่อมประกอบการงานมีผลไพบูลย์

      ๓. ความมีสติสัมปชัญญะในการประพฤติตัว ได้แก่ ความรู้รอบคอบ รู้จักระวังหน้าระวังหลัง ชื่อว่าสัมปชัญญะ พึงเห็นตัวอย่าง บุคคลผู้ประกอบกิจการใด ๆ ตริตรองให้เห็นก่อนว่ามีคุณหรือมีโทษ ได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ควรทำหรือไม่ควรทำ ถ้าไม่ควรก็งดเว้นเสีย ถ้าควรจึงทำลงไป เวลาจะพูดก็ต้องระวัง ไม่ไปทำความเสียหายแก่ตัวเองและผู้อื่น จะคิดอะไรก็อาศัยหลักฐาน ไม่ปล่อยให้ความคิดข้ามไป บุคคลมีสติสัมปชัญญะ ตรวจทางได้ทางเสียก่อนแล้วจึงทำกิจนั้นๆ ย่อมมีปกติทำอะไรไม่ผิดพลาด

     ๔. ความไม่ประมาทในธรรม ความเป็นผู้ไม่อยู่ปราศจากสติ เรียกว่า ความไม่ประมาท พึงกำหนดรู้ดังนี้ คนผู้เกิดมาย่อมตกอยู่ในวิสัยของคนธรรมดา เมื่อเกิดแล้วก็มีความปรวนแปรไปตามปกติ มีเกิด แก่ เจ็บ ตายไปเป็นธรรมดาเหมือนกันหมด ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่  ผู้หยั่งรู้ธรรมดาของสังขารว่าเป็นเช่นนี้แล้วไม่ควรประมาทในวัย ในความสำราญและในชีวิต เมื่อยังเด็กต้องขยันศึกษาหาความรู้ไว้เป็นเครื่องมือเมื่อเติบใหญ่หมั่นทำงานสั่งสมทรัพย์สมบัติชื่อเสียงคุณความดีไว้ ทำกิจสำหรับคนภายหลังให้เรียบร้อย ยามพยาธิครอบงำทำการงานไม่ไหว จะได้อาศัยทรัพย์และชื่อเสียงคุณความดี เลี้ยงชีพตลอดไปโดยผาสุก เมื่อความตายมาถึงจะได้ไม่ห่วงใย อย่างนี้ ชื่อว่า ไม่ประมาทในธรรม คือสภาวะอันเป็นอยู่ตามธรรมดาของโลก
     ความมีสติสัมปชัญญะ ทำผู้มีศีลให้บริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติยิ่งขึ้นดังนี้ จึงได้ชื่อว่า เป็นกัลยาณธรรมในสิกขาบทที่ ๕
     บุคคลผู้ตั้งอยู่ในกัลยาณธรรม ได้ชื่อว่า กัลยาณชน คือคนที่ประพฤติดีงาม เป็นที่นิยมนับถือของคนทั่วไป

 

 

 

 

 

 

หน้า  1  |  2  |  3  |  4  |  5  | 678910 | 11 |

 

copyrights 2007 watprempracha.com all rights reserved. 
วัดเปรมประชา 73 ม.2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000 TEL :02-567-1666  FAX: 02-958-8077


Powered by AIWEB